ReadyPlanet.com
dot dot
สั่งซื้อสินค้า
สั่งสินค้าผ่าน line คลิก
dot
รายการสินค้า และบริการ
dot
Face Cleansing
งานสกรีนบรรจุภัณฑ์
ทำแบรนด์สบู่ก้อน
dot
บริการงานกราฟฟิก โดยมืออาชีพ
dot
bulletออกแบบโลโก้
bulletออกแบบฉลาก
bulletสั่งพิมพ์ฉลาก
bulletงานสกรีนบรรจุภัณฑ์
dot
บริการเสริม
dot
bulletตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้ง (อย.)
bulletสอบถามสถานะการจัดส่งสินค้า
bulletคำถามยอดฮิต (ด้านเวชสำอาง และ อย.)
dot
YouTube ขั้นตอนการดูแลผิวหน้า และการทรีทเมนท์ (เรียงลำดับ)
dot
bullet1. ความรู้เกี่ยวกับผิว
bullet2. การดูแลผิวขั้นพื้นฐาน
bullet3. การทำความสะอาดรอบดวงตา
bullet4. ขั้นตอนการล้างหน้า
bullet5. การใช้โทนเนอร์เพื่อกระชับผิว
bullet6. วิธีการขัดหน้า
bullet7. วิธีการนวดหน้า
bullet8. การบำรุงผิวหน้า
dot
ความรู้เรื่องผิวพรรณ-ความงาม
dot
bulletรู้จักโครงสร้างผิวกันก่อน
bulletคุณมีสภาพผิวแบบใด
bulletการทำความสะอาดผิว
bulletครีมกันแดดสำคัญอย่างไร
bulletศัตรูร้ายทำลายผิว
bulletสิวเกิดขึ้นได้อย่างไร
bulletปัญหาสิว กวนใจวัยรุ่น
bulletปัญหาฝ้า กระ น่ากลุ้มจริง ๆ
dot
ความรู้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
dot
bulletข้อแนะนำในการทานกลูต้าฯ
bulletกลูต้าฯ ทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างไร
bulletกลูต้าไธโอน คืออะไร
bulletสารต้านอนุมูอิสระ
bulletเปรียบเทียบส่วนประกอบกลูต้าฯ
dot
ลิงค์เพื่อนบ้าน
dot
bulletThai FDA (อย.)
bulletHotmail
bulletGmail
bulletRadioonlinethailand.com
bulletThailandpost
bulletInterexpress Logistic
dot
ธนาคารทางอินเตอร์เน็ท
dot
bulletกรุงเทพ
bulletกรุงไทย
bulletไทยพาณิชย์
bulletกสิกรไทย


สบู่โบทานิก้า
พริตตี้ ดอล ซีรี่ส์
Facebook
Instagram dermasolution
ตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้ง


ปัญหาสิว กวนใจวัยรุ่น

 

สิว(Acne) มักเป็นปัญหาของวัยรุ่น แต่บางครั้งเลยวัยรุ่นไปแล้วก็มีปัญหาสิวอักเสบได้ วัยรุ่นชายมีปัญหาเรื่องสิวเต็มใบหน้ามากกว่าวัยรุ่นหญิง ในขณะที่วัยรุ่นหญิงในช่วงมีประจำเดือนจะพบว่าเกิดสิวได้ง่าย สิวที่สร้างความวิตกกังวลมาก เกรงว่าจะไม่สวย ไม่หล่อ 

สิวเป็นโรคที่ต่อมขนและต่อมไมนที่เกิดการอุดตัน (Comedone) และอักเสบขึ้นมา บริเวณใบหน้าจะมีต่อมไขมันขนาดใหญ่ และหนาแน่นกว่าบริเวณอื่น เราจึงพบสิวบริเวณใบหน้าได้บ่อย

ปกติแล้วต่อมไขมันสร้าง ซีบัม (sebum) ซึ่งเป็นส่วนผสมของน้ำมันเหลวและไขมันแข็งๆที่นไหลผ่านท่อเปิดออกไปเคลือบผิวหนัง เพื่อปกป้องความชุ่มชื้นให้ผิวหนังเป็นมันเล็กน้อยดูสวยงาม ทำให้ผิวหนังไม่แห้ง และโดยปกติแล้ว เซลล์บุท่อของต่อมไขมันจะหลุดร่วงออกเมื่อถึงเวลา แล้วถูกขับออกมาพร้อมกับซีบัม

สิวที่เกิดขึ้นเมื่อต่อมน้ำมัน (sebaceous) ทำงานมากกว่าปกติ มีการผลิตซีบัมจากต่อมน้ำมันออกมามาก เห็นได้ว่าผิวหนังเป็นมันเลื่อมตลอดเวลา ปกติไขมันที่สร้างจากต่อมจะออกมาตามเส้นขน แต่หากเกาะติดกันหนาอุดท่อของต่อมไขมันผสมกับซีบัมที่สร้างขึ้นมาทุกวัน ทำให้ไขมันไม่สามารถออกจากเส้นขนได้ จะเกิดสิวอักเสบ

ความผิดปกติของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า เช่น เซลล์ในชั้นหนังกำพร้ามีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ และลอกหลุดง่ายกว่าปกติ ซึ่งพบว่าเกิดจากร่างกายผลิตโปรตีนเคอราติน 2 ชนิดมากเกินไป ความสำคัญและบทบาทของโปรตีน 2 ชนิดนี้กำลังได้รับความสนใจในการผลิตยารักษาสิว โดยปกติเซลล์จะหลุดลอกจากเยื่อบุของรูขุมขน และน้ำมันจากต่อมน้ำมันจะช่วยเคลื่อนย้ายไปที่ผิวหนังส่วนนอก หากกระบวนการเคลื่อนย้ายถูกปิดกั้น ก็จะทำให้เกิดสิวขึ้น

นอกจากนี้หากผิวหนังมีการสะสมของไขมัน ผสมกับเซลลืตายของผิวหนังและสิ่งสกปรก อุดตันรูขุมขน เกิดเป้นสิวบวมอักเสบได้ด้วย หรือหลายคนที่มีแบคทีเรียในรูขุมขนแบ่งตัวมากขึ้น

เชื้อแบคทีเรียในรูขุมขนมีหลายชนิดได้แต่ P.acnes S.epidermidis P.granulosum รวมทั้งเชื้อยีสต์ P.ovale และ P.orbicurare ปฏิกิริยาอักเสบของสิวในแต่ละคนแตกต่างกันไป หลายรายเป็นมากในช่วงมีความเครียด เช่น่ ช่วงใกล้สอบ การอดนอน หรือในหญิงช่วยใกล้มีประจำเดือน เป็นต้น
เชื้อเหล่านี้เจริญเติบโตแบ่งตัวได้ดีเทื่อมีไขมันมากและมีการอุดตัน โดยเป็นแบคทีเรียที่ผิตเอนไซม์ไลเปสย่อยสารไตรกลีเซอไรด์จากไขมัน ให้กลายเป็นกลีเซอรอล และกรดไขมันอิสระ ช่วยให้แบคทีเรียเติบโตได้ดีขึ้น ทั้งยังดึงเม็ดเลือดขาวมารวมกลุ่ม ปล่อยเอนไซม์มาย่อยสลายเนื้อเยื่อ ส่งผลให้เกิดการอักเสบมากขึ้น


ชนิดของสิว
เราแบ่งชนิดของสิวออกเป็น 3 ชนิด
- สิวอุดตัน (comedone) แบ่งย่อยออกเป็นสองอย่าง คือสิวอุดตัน ชนิดหัวเปิดและสิวอุดตันชนิดหัวปิด
- สิวอักเสบ แบ่งเป้นสิวอักเสบชนิดหัวแดงและสิวอักเสบชนิดหนัวหนอง
- สิวหัวช้าง หรือสิวขนาดใหญ่หรือสิวที่เป็นถุงีสต์ (cyst)

สิวหัวเปิด (Open-comedone) (รูป B)  สิวชนิดนี้มีรูอยู่ตรงกลาง หัวเปิดเป็นเพียงจุดสีดำ หรือขาวเล็กๆที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ไม่อักเสบรุนแรง รักษาด้วยากรทายาไม่นานก็หาย และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นให้เห็นชัดเจนนัก ส่วนมากสิวชนิดหัวเปิดมักจะไม่ค่อยอักเสล ถึงอักเสบก็จะไม่รุนแรง

สิวหัวปิด(closed-comedone) (รูป C) เป็นสิวอุดตัน เพราะไม่มีทางระบายไขมันส่วนเกินออกไปภายนอก ดังนั้นเชื้อโรค P.acne ที่อยุ่ในวิวก็จะซ่องสุ่มกำลังพลและแบ่งตัวอย่างเงียบๆ หลังจากนั้นก็ปะทุกลายเป็นสิวอักเสบ คราวนี้อยู่ที่โชคแล้วหล่ะค่ะ หากทำบุญมาดี สิวนั้นก็จะอักเสบเฉพาะส่วน เป็นเพียงเม็ดแดงหรือหนองเล็กๆ แต่หากโชคร้าย สิวก็จะสำแดงเดชอักเสบระดับกลาง หรอืรุนแรงมากจนกลายเป็นถุงซีสต์ หรือสิวหัวช้าง ซึ่งจะอักเสบลึกถึงชั้นหนังแท้ ที่แม้หัวช้างจะสลายไปแล้ว แต่ก็ยังฝากรอยเท้าช้างไว้ให้เจ็บใจ กลายเป็นแผลหลุมลึกและใหญ่

สิวอักเสบ (รูป D)
สิวลักษณะนี้ถ้าปล่อยให้อักเสบอยู่นานๆ ก็จะทิ้งแผลเป็นขนาดเล็กไว้ที่ใบหน้าได้เช่นกัน แต่ถ้ารีบรักษาให้หายโดยเร็ว เช่นไปสะกิดหัวหนองออกหรือกินยาอย่างรวดเร็วทันท่วงที ก็มักจะหายกลายเป็นผิวปกติ

สิวหัวช้าง หรือสิวอักเสบขั้นรุนแรง (รูป E)  เป็นการอักเสบของสิวลงไปถึงผิวหนังชั้นใน เป็นตุ่มนูนแดงๆ อาจเห็นเป็นตุ่มหนอง หรือตุ่มนูนแข็งเม็ดโต หรือตุ่มแดงอักเสบ มีอาการปวดบวมอยู่หลายสัปดาห์ รักษายากและนาน และทำให้มีรอยแผลเป็นถาวร กรณีเป็นสิวขนาดใหญ่มากกว่า 2 cm มีหัวสีดำและอักเสบรุนแรง มักใช้เวลาในการักษาถึง 10-20 ปี

สาเหตุของการเกิดสิว
1. ฮอร์โมนเพศ ในช่วงวัยรุ่นทั้งหญิงและชายจะมีฮอร์โมนทั้งสองเพศอยู่ในตัว เพียงแต่ในผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศหญิงมาก และผู้ชายมีฮอร์โมนเพศชายมาก  ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิวคือฮอร์โมนเพศชาย  นอกจากนี้ฮอร์โมนเพศชายยังทำงาน สัมพันธ์กับการมีประจำเดือนของผู้หญิง สังเกตุได้ว่าผู้หญิงเวลามี ประจำเดือนสิวมักขึ้นมากกว่าปกติ ดังนั้นฮอร์โมนเพศจึงมี ส่วนสำคัญ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

2. ต่อมไขมัน สาเหตุของการเกิดสิวทุกชนิดมักมาจากการอุดตันของต่อมไขมันหรือคอมิโดนทั้ง สิ้น ถ้า สังเกตุจะเห็นว่าสิว ชอบผุดบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ๆ เช่น ใบหน้า ซึ่งมีต่อมไขมันมากที่สุด ส่วนบริเวณ อื่น ๆ ก็คือ ช่วงตัวบน เช่น หลัง หน้าอก หัวไหล่ ต้นแขน คอ นอกจากนี้สิวยังเกิดจากความผิดปกติของการ ผลิตเซลล์ ผิวร่วมด้วย

3. สภาพแวดล้อมบนใบหน้า เช่น ฝุ่นละออง เครื่องสำอาง การแต่งหน้า มลภาวะ ไอน้ำมันต่าง ๆ รวมทั้งแสงแดด ล้วน เป็นสาเหตุที่จะทำให้เพิ่มการอุดตัน และทำให้เกิดสิว

4. เชื้อแบคทีเรีย ที่มีอยู่บนผิวเรียกว่า P.acne เชื้อตัวนี้เป็นตัวการสำคัญในการเปลี่ยนแปลงไขมันให้ เกิดสิวอักเสบ แต่ก็ถือว่า เป็นสิ่งปกติบนผิวหนัง โดยทั่วไปบนผิวหนังจะมีเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อโรคอื่น ๆ นิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งอยู่ร่วมกัน อย่างสมดุล ยกเว้น แต่ว่าถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีมากเกินไปก็จะเกิดปัญหาตามมา

5. กรรมพันธุ์ ในทางการแพทย์เชื่อว่าสิวน่าจะมีความสัมพันธ์กับพันธุกรรม  เพียงแต่อาจจะไม่ได้ถ่ายทอดออกมาอย่าง ชัดเจน เหมือนโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมและ ยีนส์ ดังนั้นจึงพบว่าคนที่มีสมาชิก ในครอบครัว เป็นสิว จะมีโอกาสเป็นสิวมากกว่าคนอื่น

6. การพักผ่อน   ร่างกายที่ได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือยามเครียด  จะทำให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนมากระตุ้น การทำงาน ของต่อมไขมัน ซึ่งมีผลต่อการเป็นสิว

7. อาหาร   ทางการแพทย์ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน เคยมีการทดลองโดยนำผู้ที่เป็นสิว เหมือนกันมาแบ่ง ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้กินช็อกโกแลต อีกกลุ่มหนึ่งไม่กิน พบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ที่เกี่ยวเนื่องกับการกินช็อกโกแลต อย่างชัดเจน แต่สาวคนใดที่เวลากินช็อกโกแลตแล้วสิวขึ้น ควรงดเว้นไว้ ก่อนดีกว่า

8. การทำความสะอาด   ถ้าทำความสะอาดร่างกายไม่ดีพอ  ก็เป็นอีกสาเหตุของการเกิดสิว  มักพบในนักกีฬาหรือคนที่ นิยมออกกำลังกาย ซึ่งหลังจากเล่นกีฬาหรือออกกำลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลับไม่นิยมชำระ ล้างหรือทำความสะอาดร่างกาย จนเกิดการหมักหมมของเหงื่ออันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่บริเวณลำตัว ช่วงบน โดยเฉพาะบริเวณหลัง

9. เครื่องสำอางและยา   มียาหลายชนิดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้ เช่น ยาแก้ไอ ยาสเตียรอยด์ ยาทา ผื่นผิวหนังอักเสบ ส่วนกรณีสิวที่เกิดจากการใช้เครื่องสำอางนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการแพ้ ระคายเคือง เป็นผดผื่น และเกิดการอุดตันซึ่งเป็น สาเหตุทำให้เกิดสิวขึ้นได้

การรักษาสิวสำหรับคนที่เป็นไม่มาก
คนที่เป็นสิวไม่มากอย่างเช่น สิวเสี้ยน สิวหัวขาว สิวอักเสบ ซึ่งคนที่เป็นสิวลักษณะนี้สามารถดูแลให้หายเองได้โดย
- ล้างหน้าเบาๆด้วยน้ำเย็นโดยใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าอย่างอ่อนๆ(แนะนำ ฟิสิโอเจล หรือเจลล้างหน้าอะไรก็ได้ที่ไม่มีส่วนผสมของ SLS,SLES) เพื่อที่จะขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกและไขมันส่วนเกิน
- ใช้ยาทาสิวที่มีขายทั่วไปตามเคาน์เตอร์ยา ที่มีส่วนผสมของ BP หรือ Salicylic Acid

ข้อปฏิบัติลดการเกิดสิว

1. อย่าแกะ บีบสิว เพราะว่าการบีบและแกะสิวจะทำให้อักเสบกระจายไปที่อื่น อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเอาหัวสิวออก ควรจะต้องได้รับการทำจากผู้เชี่ยวชาญ อีกอย่างหนึ่งคือจะทำให้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนหน้าซึ่งผมคิดว่ารักษา
ยากพอๆกับสิวเลยนะครับ

2. คนที่หน้ามันอยู่แล้วไม่ควรใช้ครีมบำรุงหรือเครื่องสำอางอื่นๆที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมมาทาใบหน้า เพราะเป็นการเพิ่มน้ำมันบนใบหน้าขึ้นอีก ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive Oil,Lanolin,Sodium Laury Sulphate ควรเลือกชนิดน้ำเป็นส่วนผสมแทนน้ำมัน

3. ไม่ควรไว้ผมทรงม้าปิดหน้าผากที่กำลังเป็นสิวอยู่จะทำให้สิวหายยาก

4. หลีกเลี่ยงการรบกวนสิวของคุณ ผมมัน, อุปกรณ์กีฬาที่สัมผัสหรือเช็ดถูบริเวณผิวหน้า และพวกสเปรย์น้ำมัน สามารถทำให้เกิดการระคายเคือง และทำให้สิวเห่อ วิธีการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ทำได้โดย...
- ถ้าคุณเป็นคนผมมัน เก็บผมของคุณอย่าให้ถูกใบหน้าและสระผมทุกวัน
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น น้ำมันใส่ผม เจล

5. ให้เวลากับผลิตภัณฑ์รักษาสิวของคุณ ถามหมอหรือเภสัชกร ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะดีขึ้น เพื่อที่คุณจะได้รู้เวลาการทำงานของผลิตภัณฑ์ตัวนั้นและไม่หยุดใช้ก่อนที่ มันจะทำงาน โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์

6. ใช้ยาตามที่ถูกต้อง ใช้ยามากกว่ากำหนดไม่ได้ทำให้สิวดีขึ้น แต่กลับจะทำให้มันแย่ลงเพราะการระคายเคือง อ่านฉลากและคำแนะนำหรือปรึกษาหมอเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด

7. หลีกเลี่ยงการโดนแสงอาทิตย์และหลอดไฟ เป็นความเชื่อผิดๆกันมา จริงๆแล้วการทำให้ผิวเป็นสีแทน ไม่ได้ทำให้สิวดีขึ้นแต่แค่ทำให้เราเห็นมันไม่ชัด การตากแดดมากๆกลับทำให้เป็นฝ้าและมะเร็งผิวหนังอีก การรักษาสิวบางชนิดจะทำให้ผิวหนังรับกับแสงแดดและแสงไฟได้น้อยลง ถ้าคุณเป็นสิว การปกป้องผิวจากแสงแดดจึงสำคัญมาก

8. อาหารไม่มีข้อยกเว้น แต่ถ้าทนอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งติดต่อกันแล้วเป็นสิวมากขึ้น ควรสักเกตดูว่าเกี่ยวข้องกับอาหารหรือไม่ อย่างเช่น อาหารที่มีไอโอดีนสูง ทำให้บางคนเป็นสิวมากขึ้น เป็นต้น

9. สิวตามลำตัวจะหายเร็วขึ้นเมื่อความอับชื้นน้อยลง จึงควรเลือกสวมใส่ผ้าฝ้ายแบบสวมใส่สบาย ให้ความร้อนและนระบายออกได้เร็ว

หากเป็นสิวมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่าค่ะ

สุดท้ายข้อควรปฏิบัติเวลาเป็นสิว

1. ห้ามบีบ แกะ หรือ เค้นสิวโดยเด็ดขาด (ปล.ถ้าไม่เชื่อแล้วจะเสียใจ ถ้าหากบีบแล้วจะมีการอักเสบ  บวมช้ำ เป็นรอยแดงดำ รอยแผลเป็น หลุมสิว และอื่นๆอีกมากมาย )

2. พยายามอยู่สัมผัสหรือลูบผิวหน้าบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นสิวผด เพราะจะทำให้อาการยิ่งแย่

3. พยายามล้างหน้าให้สะอาด แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ล้างหน้าบ่อยๆนะคะโดยเฉพาะผู้ที่แต่งหน้า เพราะเครื่องสำอางเหล่านี้คือสาเหตุของการเกิดสิว ( โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิวอุดตัน ) 

4. อย่าเปลี่ยนเครื่องสำอางค์บ่อยๆ เช่น แป้ง ที่ปัดแก้ม ยาสระผม ถ้าใช้ตัวใหนแล้วไม่แพ้ก็ใช้ต่อไปเถอะคะ มันไม่มีหรอกที่หน้าจะดื้อเครื่องสำอางค์เหล่านี้  แต่ถ้ายิ่งเปลี่ยนสิคะจะเป็นสิวไม่รู้จบถ้าเกิดเราแพ้ขึ้นมา (ยิ่งคนที่เป็นสิวผดแล้วหละก็ ยาสระผมและแป้ง นั่นแหละตัวดีเลยหละคะ )

5. พยายามรักษาความสะอาด (ข้อนี้สำคัญมากๆๆ) ไม่ว่าจะเป็นที่นอน ปลอกหมอน และอื่นๆ

6. ห้ามแกะหรือบีบสิวโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิวอุดตันหรือสิวหัวดำ  เพราะ เท่ากับว่าเป็นการสร้างรอยใหม่บนผิวหน้าเรา

7. ต้องใจเย็นและอดทน เพราะรอยแผลจากสิว(โดยเฉพาะหลุมสิวและรอยแดง) จะใช้เวลาสักระยะ อย่าเพิ่งด่วนสรุปผล  ยิ่งในกรณีมีสิวหัวดำหรืออุดตันเยอะๆ อาจต้องใช้เวลานานขึ้น



   
" สิว จะหายเร็วหรือช้า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ายาดีหรือไม่ดี  แต่อยู่ที่ตัวเรานั้นดูแลตัวเราดีหรือไม่ ต่างหาก "

 







เดอร์มา โซลูชั่น 171 ถ.ท้ายบ้าน ต.ปากน้ำ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ 10270 โทร. 02-7016544, 02-7017969 แฟกซ์ 02-7016544 #15