ReadyPlanet.com
dot dot
สั่งซื้อสินค้า
สั่งสินค้าผ่าน line คลิก
dot
รายการสินค้า และบริการ
dot
Face Cleansing
งานสกรีนบรรจุภัณฑ์
ทำแบรนด์สบู่ก้อน
dot
บริการงานกราฟฟิก โดยมืออาชีพ
dot
bulletออกแบบโลโก้
bulletออกแบบฉลาก
bulletสั่งพิมพ์ฉลาก
bulletงานสกรีนบรรจุภัณฑ์
dot
บริการเสริม
dot
bulletตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้ง (อย.)
bulletสอบถามสถานะการจัดส่งสินค้า
bulletคำถามยอดฮิต (ด้านเวชสำอาง และ อย.)
dot
YouTube ขั้นตอนการดูแลผิวหน้า และการทรีทเมนท์ (เรียงลำดับ)
dot
bullet1. ความรู้เกี่ยวกับผิว
bullet2. การดูแลผิวขั้นพื้นฐาน
bullet3. การทำความสะอาดรอบดวงตา
bullet4. ขั้นตอนการล้างหน้า
bullet5. การใช้โทนเนอร์เพื่อกระชับผิว
bullet6. วิธีการขัดหน้า
bullet7. วิธีการนวดหน้า
bullet8. การบำรุงผิวหน้า
dot
ความรู้เรื่องผิวพรรณ-ความงาม
dot
bulletรู้จักโครงสร้างผิวกันก่อน
bulletคุณมีสภาพผิวแบบใด
bulletการทำความสะอาดผิว
bulletครีมกันแดดสำคัญอย่างไร
bulletศัตรูร้ายทำลายผิว
bulletสิวเกิดขึ้นได้อย่างไร
bulletปัญหาสิว กวนใจวัยรุ่น
bulletปัญหาฝ้า กระ น่ากลุ้มจริง ๆ
dot
ความรู้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
dot
bulletข้อแนะนำในการทานกลูต้าฯ
bulletกลูต้าฯ ทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างไร
bulletกลูต้าไธโอน คืออะไร
bulletสารต้านอนุมูอิสระ
bulletเปรียบเทียบส่วนประกอบกลูต้าฯ
dot
ลิงค์เพื่อนบ้าน
dot
bulletThai FDA (อย.)
bulletHotmail
bulletGmail
bulletRadioonlinethailand.com
bulletThailandpost
bulletInterexpress Logistic
dot
ธนาคารทางอินเตอร์เน็ท
dot
bulletกรุงเทพ
bulletกรุงไทย
bulletไทยพาณิชย์
bulletกสิกรไทย


สบู่โบทานิก้า
พริตตี้ ดอล ซีรี่ส์
Facebook
Instagram dermasolution
ตรวจสอบเลขที่ใบรับแจ้ง


สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ปัจจุบันนี้สิวไม่ได้เกิดเฉพาะวัยรุ่น แม้แต่วัยผู้ใหญ่ก็พบเจอปัญหาสิวได้เหมือนกัน   ต่อไปนี้จะเป็นการอธิบายปัญหาสิวแบบง่ายๆนะค่ะ


เคยไหมที่สิวปะทุอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ตอนเช้านอนยังดีๆอยู่ ตื่นเช้ามาส่องกระจก เป็นสิวเบ็ดเบ้อเร่อแล้ว แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะสิวเม็ดที่โผล่มาให้เห็นนั้น ก่อร่างสร้างตัวมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว บางคนอ่านปั๊ปก็ค้านปุ๊ป ว่าไม่จริง เพราะเพิ่งเจอมากับตัว วันนี้ลองเครื่องสำอางใหม่วันต่อมาสิวขึ้นเป็นแผงเลย แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าเป็นเช่นนั้น มันเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะสิวเป็นแผงนั้นฟูมฟักคอยจังหวะอยุ่ใต้ผิวคุณมานานแล้ว  หรือไม่อีกที สิ่งที่ประทุขึ้นบนใบหน้าคุณนั้น หาใช่สิวไม่ แต่เป็นผื่นแสบแดงที่เป็นปฏิกิริยาของการแพ้เครื่องสำอางนั้นต่างหาก

สิวแท้ซึ่งศัพท์วิชาการเรียกว่า acne vulgaris นั้น เกิดแก่เจ็บตายอยู่ในโลกใบน้อยของมันเองที่มีชื่อเรียกว่า pilosebaceous unit และ โลกดังกล่าวมีนิวาสถานอยู่ในต่อมรากผมซึ่งฝังลึกอยู่ใต้ผิว โลกน้อยใบนั้นหล่ะที่จะเล่าให้คุณฟัง โดยสิ่งแรกที่เราจะเห็นก็คือว่า แต่ละต่อมรากผมนั้นประกอบด้วยตัวกระเปาะและต่อมที่ส่งส่วยน้ำมันหล่อเลี้ยง

ฐานบัญชาการสิว


คนเราทุกคนมีต่อมรากผมหรือ hair follicle สามชนิด  ชนิดที่เรียกว่า vellus follicles มีขนาดเล็กที่สุด และมีปริมาณมากที่สุด เป็นต่อมที่ผลิตขนเส้นอ่อนเบา แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งปกคลุมแทบจะทั่วร่างกายของเรา ส่วนเส้นผมที่ขึ้นบนหนังศรีษะ รวมทั้งหนวดเคราด้วยนั้น  มาจากต่อมชื่อ terminal follicles ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาก น้อยครั้งมากที่สิวจะเกิดที่ต่อมสองชนิดนี้ เนื่องจากว่าทั้งสองต่อมนี้ มความลงตัวระหว่างขนาดของเส้นขนหรือเส้นผม กับขนาดของกระเปาะอย่างพอดิบพอดี ไม่มีที่ว่างให้สิ่งสกปรกตกค้างเข้าไปหลบซ่อน น้ำมันหล่อเลี้ยงรึก็ยังลื่นไหลคล่องตัว มีการติดขัดให้หมักหมม


 แต่สถานการณ์ในต่อมชนิดที่สาม คือ sebaceous follicle ด้วยกัน พวกที่มาจับกันหนาแน่นอยู่บริเวณใบหน้า จะเป็นต่อมที่ใหญ่ที่สุด ต่อมร้ายกาจพวกนี้ เหมือนจงใจสร้างมาให้เป็นแหล่งเพาะสิวโดยเฉพาะทีเดียว เพราะต่อมผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงก็แสนจะใหญ่โต ตัวกระเปาะรึก็สุดจะกว้างขวาง แต่แทนที่จะผลิตเส้นขนหรือเส้นผมให้ได้ขนาดเหมาะสมคับพอดี กลับมีแต่เส้นขนที่เบาบางแทบจะมองไม่เห็น ลอยหลวมเท้งเต้งอยุ่ในกระเปาะ ทำให้ปากของต่อมที่เปิดออกสู่ผิว ดูอ้ากว้าง เป็นรูขุมขนหยาบๆ ที่เรามองเห็นอยู่บนผิวหน้า และความหละหลวมนี่แหละที่เปิดโอกาส เปิดช่องทางให้เกิดความไม่ชอบมาพากลทั้งหลาย ที่ให้กำเนินแก่สิว


บ่อน้ำมัน
เหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับคนในวัยเริ่มรุ่นก็คือ ร่างกายเริ่มผลิตฮอร์โมนที่ชื่อแอนโดรเจน และแอนโดรเจนตัวที่เกี่ยวช้องกับสิวมากที่สุดก็คือ  แทสทอสเตอโรน ซึ่งมาจากอัณฑะของเพศชาย จากรังไข่ของเพศหญิง และมาจากต่อมอะดรีนัลของทั้งสองเพศ เทสทอสเตอโรนอาศัยเส้นโลหิตเป็นทางด่วนไปสู่ต่อมรากผม ไปสมรู้ร่วมคิดกับเอ็นไซม์ตัวหนึ่งของผิว ผลิตสารเคมีชี่อ ไดไฮโดรเทสทอสเตอโรน หรือ DHT ออกมา และเจ้า DHT นี่แหละที่เป็นตัวบัญชาให้ต่อมผลิตน้ำมันเริ่มเดินเครื่องเป็นการใหญ่ ผิวของคนที่ชอบเป็นสิว มักจะเป็นผิวที่มีน้ำมันมากกว่าปกติ ณ จุดนี้ ต้องขอย้ำว่า ผิวมันไม่ได้เกิดจากอาหารมันๆที่คุณกิน ไขมันในอาหารจะสลายตัวในระบบย่อยอาหาร ซึ่งต่างจากระบบจากผิวโดยสิ้นเชิง และไม่มีหนทางไหนที่สองระบบนี้จะไปข้องแวะกันได้เลย 

ในขณะเดียวกัน สภาวะหน้ามัน ก็ไม่ได้แปลว่า ร่างกายคุณพลุ่งพล่านไปด้วยฮอร์โมนเพศเสมอไป มันเป็นสัญญาณบอกว่า ต่อมรากผลของคุณค่อนข้างจะไวต่อแรงกระตุ้นของฮอร์โมน และบ้าจี้ผลิตน้ำมันมากไปหน่อย ทำให้ผิวของคุณแตกมัน จนดูเหมือนกับผิวที่ชอบแตกสิว


รูขุมขนที่อุดตัน
บนผิวหน้าของเรามีรูขุมขนอยู่สองชนิด หนึ่งคือช่องเปิดของต่อมรากผม เพื่อให้เส้นขนหรือเส้นผมงอกออกมาได้ และสองคือ ทางออกของต่อมเหงื่อ ต่อมสองชนิดนี้ ต่างคนต่างอยุ่ไม่เกี่ยวข้องโยงใยเข้าหากันอย่างเด็ดขาด ซึ่งหมายความว่า เหงื่อกับสิว ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน ฉะนั้นการไปเข้าสปาเพื่ออบไอน้ำให้เหงื่อช่วยชะล้างรูขุมขน หรือการออกกำลังกายให้เหงื่อท่วม เพื่อหวังผลเช่นเดียวกัน จึงเป็นการเกาไม่ถูกจุด รูขุมขนที่หากอุดตันจะยังผลเป็นสิวได้ คือ รูขุมขนที่เป็นช่องเปิดของต่อมรากผมเท่านั้น ส่วนการอุดตันที่มักถูกสร้างภาพว่า เป็นเสมือนคอขวดที่ถูกปิดด้วยจุกไม้ก๊อก ก็เป็นภาพที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากขั้นตอนของการอุดตันไม่ได้เริ่มต้นมาจากมีอะไรอุดช่อง ดักจับเอาน้ำมันกับสิ่งสกปรกไว้ให้ออกไม่ได้ หากแต่ค่อยๆ เริ่มตันจากก้นกระเปาะ ขึ้นไปถึงช่องเปิดนั่นทีเดียว ภาพของการอุดตัน จึงควรเปรียบกับปากขวดที่มีน้ำเต็ม แต่ถูกแช่แข็งปั๋งวขยับไม่ได้เลย จะใกล้เคียงสภาวะจริงมากกว่า


ขยะผิว
ผู้ที่สนใจความงามผิวทั้งหลาย ต้องพอรู้อยู่แล้วว่า ผิวของคนเรานั้น สร้างเซลล์ใหม่ออกมาผลัดกับเซลล์เก่าจากด้านล่างผลักเอาเซลล์เก่าบนผิวชั้นบนสุด ให้หลุดลอกออกเป็นขยะสิวที่ปลิวหายไปในบรรยากาศ ที่เราอาจจะไม่ทันนึกถึงก็คือว่า ต่อมรากผมแต่ละต่อม ก็เป็นส่วนหนึ่งของผิว และมีการสร้างเซลล์ใหม่ออกผลักดันเซลล์เก่าให้ลอยตัวเพื่อให้หลุดออกทางช่องเปิดของต่อมเหมือนกัน ซึ่งโดยปกติแล้วเซลล์เก่าก็ไหลลื่นออกไปกับน้ำมัน หลุดพ้นไปจากต่อมได้อย่างไม่มีปัญหา

แต่บางครั้งกลไลการทำงานในต่อมรากผมบางต่อม เกิดขลุกขลักขึ้นอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งก่อให้เกิดอาการผิดปกติสองอย่าง อย่างแรกคือ ต่อมนั้นเร่งรัดให้เกิดเซลล์เก่าหรือขยะผิวมากกว่าในต่อมธรรมดาถึง 4 เท่า ซึ่งก็ทำให้ถ่ายเทกันแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว อย่างที่สองยังยิ่งซ้ำร้าย เพราะขยะผิวที่ทะลักทะเลออกมานี้ แทนที่จะร่วน กลับเกาะกันแน่นราวกับคลุกกาว กลายเป็นก้อนที่ใหม่เกินจะออกจากต่อมได้ ยิ่งได้น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวมาผสมเข้าด้วย ก็ยิ่งเหนียวเหนอะซ้ำเข้าอีก


ขยะผิวที่ถูกดักอยู่ในต่อมรากผมเหล่านี้เป็นเสมือนระเบิดเวลาที่ฝังลึกอยู่ในผิวของคนที่กำลังจะเป็นสิว ระเบิดลูกจิ๋วๆ เหล่านี้มีชื่อเรียกว่า ไมโครโคมีโด(microcomedono) ซึ่งบางลูกก็เป็นระเบิดด้าน ลอยตุ๊บป่องๆ อยู่ในต่อมของมัน ไม่เป็นอุปสรรค และไม่ขวางทางของน้ำมันที่ไหลเลาะเลี้ยวผ่านไปออกปากทางได้ตามปกติ เริ่มจุดชนวนระเบิดโดยการพัฒนา ดึงขยะผิวใหม่ๆ มาเกาะเกี่ยว ดึงเส้นขนที่ขึ้นใหม่มาผูกพัน จนขนาดใหญ่ขึ้นๆ พออายุได้ 7-8 สัปดาห์ ความเป็น “ไมโคร” หรือเล็กจิ๋วหมดไปเสียแล้ว กลายเป็นโคมีโด หรือการอุดตันเต็มตัวและคุณจะเริ่มมองเห็นและสัมผัสความหยาบของผิวบริเวณที่ผิดปกตินี้ได้


ระเบิดแต่ไม่ตูมตาม


ณ จุดนี้ โคมีโดที่เติบใหญ่ จะถูกขยะผิวใหม่ๆ ผลักจนโผล่พ้นรูขุมขนขึ้นมา และทันทีทันควัน เมลานิน หรือเม็ดสีของผิว ก็จะแผ่กระจายเกาะทั่วส่วนบนและทำให้ดูเป็นสีดำ สิวชนิดนี้จึงเรียกว่า สิวหัวดำ (blackheads)  คุณจึงรู้เสียทีว่า เม็ดสิวที่ดูเป็นแต้มดำๆ นั้น ไม่ได้เกิดจากความสกปรกของผิว สิวหัวดำนี้จัดเป็นสิวที่ไม่เป็นอันตรายมากมายนัก มันดูไม่สวยแน่ละ และไม่มีใครอยากมีสิวหัวดำอยู่บนใบหน้า แต่อย่างน้อยมันก็จะไม่พัฒนาเป็นสิวเม็ดแดงๆ ใหญ่ๆที่เจ็บด้วย และทิ้งรอยแผลเป็นด้วย สิวหัวดำมักจะไม่ใหญ่เกินสองสามมิลลิเมตร หรือประมาณขนาดของไส้ดินสอ เมื่อขึ้นมาแล้วก็มักจะจับจองเกาะติดผิวหน้าของคุณเป็นเดือน อาจจะเป็นปี โดยมองดูเหมือนกับไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย ระหว่างนั้นกลไกการสร้างเซลล์ใหม่และการผลิตน้ำมันในต่อมรากผมแทบจะหยุดนิ่งอยู่กับที่


ส่วนสิวหัวขาว (whiteheads) นั้นเป็นโคมีโดที่เลือกทางเดินคนละทางกับสิวหัวดำ คือแทนที่เติบใหญ่ แล้วผลักพ้นรูขุมขนขึ้นมาสิวหัวขาวจะแนบชิดอยู่ใต้รูขุมขน แต่ขยายออกทางด้านข้าง ดึงให้รูขุมขน แต่ขยายออกทาด้านข้าง ดึงให้รูขุมขนห่อตัวเหมือนมีหูรูด จึงเห็นหัวสิวเป็นตุ่มสีขาวเพียงนิดเดียว พฤติกรรมอื่นๆ ก็คล้ายคลึงกับสิวหัวดำ โดยนับเป็นสิวที่ไม่มีอาการอักเสบแทรกซ้อน และอาจเกิดขึ้นได้กับผิวทุกชนิด คนที่ผิวเรียบเนียนงามไร้ที่ติ ก็อาจถูกรุกรานด้วยหัวสิวดำ หรือหัวขาวเป็นครั้งคราวได้ คนที่ผิวหยาบเหมือนกระดาษทราย ก็อาจดูยิ่งหน้าบากเพราะมีสิวหัวดำหัวขาวกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ

จะว่าไปแล้ว สิวก็คือสิว แต่เวลาที่เราพูดถึงสิว เรามักจะหมายถึงสิวเม็ดใหญ่แดงช้ำ ปวดบวม ที่ระเบิดทีไร ก็ตูมตามดังสนั่น เจ็บทั้งกาย เจ็บทั้งใจนั่นต่างหาก สิวแบบนั้นเป็นสิวที่มีมือที่สามเข้ามาแทรกแซงนั่นคือ แบคทีเรียที่ก่อกวนจนเกิดอาการอักเสบ ระบบคุ้มกันของร่างกายที่สู้แบคทีเรียอย่างยิบตานั้น


แพทย์ที่มีความถ่อมตัว จะยอมรับว่า สาเหตุของสิวที่อักเสบปวดบวมขึ้นมานั้น ยังไม่เป็นที่รู้กันจะแจ้งเต็มที่สาเหตุของสิวในคนๆหนึ่ง อาจจะแตกต่างกับในคนอีกคนหนึ่ง แม้แต่สาเหตุของสิวเม็ดหนึ่ง ยังอาจจะแตกต่างกับสาเหตุของสิวอีกเม็ดหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน ก็เป็นไปได้แต่ในกรณีส่วนมาก จะบ่งชี้ตัวผู้ร้ายได้อย่างดิ้นไม่หลุด นั่นคือ แบคทีเรียรูปร่างเหมือนตะขอ ตัวที่ชื่อว่า propioni bacterium acnes หรือเรียกกันสั้นๆว่า พี-แอกเนส

ภาพ P.acnes

P.acnes นี้เป็นแบคทีเรียประเภท anaerobes ซึ่งมีความแปลกประหลาดตรงที่ไม่ถูกกับออกซิเจน คือจะดำรงชีพอยุ่ได้เฉพาะในที่ ๆ ออกซิเจนเข้าไม่ถึงเท่านั้น อาหารของมันคือ ซีบัม หรือน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ฉะนั้น ต่อมผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ที่มิดชิดและโชกแฉะจึงเป็นดังสวรรค์ของ P.acnes


บรรยากาศการอุดตันของรูขุมขน ที่มีก้อนโคมีโดจุกปิดทางออกอยู่นั้น จึงเหมาะเหม็งกับการเจริญพันธุ์ของ P.acnes อย่างที่สุด มันจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นกองทัพอย่างรวดเร็ว แต่ละตัวส่งสารพิษในรูปของกรดไขมันและอื่นๆ ออกมากัดกร่อนผนังต่อม เจาะทะลวงกันเอิกเกริก ร้อนถึงระบบคุ้มกันของร่างกาย ต้องรีบเร่งส่งหน่วยเม็ดเลือดขาวมาต่อต้าน กองกำลังเม็ดเลือดขาว เข้ารายล้อมผนังของต่อมและแทรกแซงผ่านเข้าไปเสาะหาและทำลายเจ้าตัวผู้ร้าย ตอนนี้แหละที่เจ้าของผิว จะเริ่มรู้สึกเจ็บๆ คันๆ จากการรบทัพจับศึกที่กำลังเกิดขึ้นในชั้นผิว


ในกรณีของสิว สิ่งที่ทำให้ผิวฉีกขาดคือสิ่งที่เม็ดเลือดขาวใช้เป็นอาวุธพิฆาต P.acnes  นั่นคือ เอ็นไซม์ตัวหนึ่งซึ่งมีประสิทธิภาพในการละลายสารโปรตีน นั่นคือเอนไซม์ชื่อ Lipase และเอ็นไซม์ตัวนี้ ถ้าไปปะทะเข้ากับผนังของต่อม ก็พลอยทำให้ผิวที่ปิดต่อมปริแตกเพราะโดนลูกหลงไปด้วย


เมื่อผนังของต่อมฉีกขาด และร่างกายส่งหน่วยกู้ภัยไปถึงสถานที่เกิดเหตุได้ทันท่วงที เพื่อซ่อมรอยฉีกขาดอย่างรีบด่วน สิวที่กริ่งเกรงว่าจะอุบัติขึ้นมากลับยุบหายไป แต่ในกรณที่หน่วงกู้ภัยล่าช้า ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ว่องไว ผิวที่ปริก็ส่งน้ำมันเศษของเส้นผม แบคทีเรีย เซลล์กระด้าง กระจายออกไปเปรอะเปื้อนเนื้อเยื่อรอบข้าง กองทัพเม็ดเลือดขาวที่รีบรุดมาถึงสถานที่เกิดเหตุ ก็จะทำการแยกแยะปิดกั้น กวาดล้างและกีดกันตัวบ่อนทำลายทั้งหลาย ด้วยการยิงเอ็นไซม์ละลายโปรตีนออกไปอีกหลายนัด ซึ่งผลกระทบไปทำให้ผนังต่อมฉีกขาดอีกหลายแห่ง


ถ้าสมรภูมิดังกล่าว อยู่ใกล้ชั้นบนของผิว คุณก็จะเห็นผลร้ายปรากฏขึ้นภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง ในรูปของเม็ดสิวที่เต็มไปด้วยหนอง  ซึ่งประกอบไปด้วยเม็ดเลือดขาวที่สู้จนตัวตายแล้วและเชื้อโรคและขยะผิวอื่นๆ ที่จะบวมขึ้นจนผลที่สุดปริออก เปิดทางให้หนองไหลล้นพาเอาขยะทะลักออกมาด้วย ถ้าโชคดี นี่ก็จะเป็นการชะล้างครั้งยิ่งใหญ่ของต่อมต่อมนี้ และจะเป็นการปิดกิจการอย่างถาวร โดยจะไม่มีการอุดตันในต่อมนี้อีก แต่ถ้าสิ่งสกปรกยังออกไม่หมด  เหลือทิ้งตกค้างอยู่บ้าง มันก็จะเป็นเสมือนเมล็ดที่สามารถเพาะตัวขึ้นเป็นสิวใหม่ได้อีก เรียกว่า สิวระดับสอง ซึ่งเป็นการอธิบายว่า เพราะเหตุใด สิวจึงมักจะเกิดซ้ำอยู่ในบริเวณเดิมบ่อยๆ


คนที่เคยถูกสิวรุกรานต่อเนื่อง เหมือนตราบาปที่สลัดไม่หลุดนั้น จะพัฒนาสัญชาติญาณป้องกันตัวขึ้นมาใหม่ ในรูปของคำถามที่กระซิบอยู่ในหูซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ ..แล้วจะเป็นสิวไหมเนี่ยะ?”   เช่น ถ้าใช้เครื่องสำอางนี้แล้ว สิวจะเห่อขึ้นมาไหม? ต้องไปสัมภาษณ์งานนัดสำคัญอาทิตย์หน้า สิวจะโผล่มาให้ขายหน้าไหม? ถ้ากินขนมนี่แล้ว สิวจะประทุไหม? เป็นต้น ที่น่าเศร้าก็คือ ถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวยั่วยุสิว คำตอบก็มักจะออกมาทางลบคือ “เป็นแน่เลยจ้า” เพราะผิวชนิดนี้มีจุดอ่อนอยู่ในตัว เจออะไรนิด โดนอะไรหน่อย ก็เหมือนไปกดปุ่มสิวให้งอกเงยขึ้นเสียเกือบทุกที ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิง รอบการเกิดของสิวก็อาจจะผูกขาดอยู่กับกิจกรรมขึ้นลงของฮอร์โมนในทุกขั้นตอนของการเจริญพันธุ์ เช่นรอบการตกไข่ ประจำเดือน การตั้งครรรภ์ การให้นม เรื่อยไปถึงภาวะหมดประจำเดือน ซึ่งล้วนเป็นช่วงเวลาที่ความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย อาจจะไปกระตุ้นหรือกระทบกระทั่งกลไกบางอย่างในต่อมผลิตน้ำมันก่อกวนให้เกิดสิวใหม่ หรือซ้ำร้ายสิวเก่าเข้าอีกก็เป็นไปได้  แต่ที่แน่ๆ ก็คือ มีความเกี่ยวดองโดยตรงระหว่างสภาพจิตกับสิว เพราะทั้งหมดทั้งคนไข้ ได้เห็นพ้องต้องกันมานานแล้วว่า ความเครียด สามารถกดปุ่มให้สิวประทุได้ นอกจากนั้นยังมีสิ่งภายนอกอื่นๆที่อาจส่งอิทธิพลก่อกวนและจุดชนวนสิวได้ เป็นนต้นว่า


- เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ การเลือกใช้เครื่องสำอางต้องเลือกให้ตรงกับสภาพผิว หากผิวมันไปเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำมันสูงก็อาจจะทำให้ผิวมันขึ้น ทำให้เป็นสิวได้  ผู้หญิงเรามักจะชอบลองเครื่องสำอางใหม่วันนี้ พรุ่งนี้เช้า ตื่นมาเจอเม็ดแดงๆ เหมือนสิวแตกอยู่เต็มหน้าก็ได้ แต่เมื่อพิจารณาดีๆแล้ว มักจะเจอว่า ไม่ใช่สิวแท้หรอก เป็นเพียงการระคายเคือง หรือการแพ้ที่เห่อขึ้นมา แต่ไม่มีการอุดตัน


- สารเคมีต่างๆ หรือที่เรียกว่า สิวสายอาชีพ  การทำงานบางครั้งต้องเจอกับสารเคมี ที่ทำให้อุดตันในรูขุมขนได้ เช่นคนงานในโรงงาน ที่ต้องจับต้องหรือปะทะกับสารเคมีในบรรยากาศ


- ยาประเภทต่างๆ ที่กินตามแพทย์สั่ง  ยาแพทย์สั่งบางชนิด ก่อเกิดสิวโดยไปจุดชะนวนระเบิดเวลาสิวที่ฝังลึกอยู่ใต้ผิวให้เปรั้ยงปร้างขึ้นก่อนเวลาอันควร  อย่างเช่น lithium  เท่าที่เห็น คนที่กิน lithium เป็นสิวเอามากๆ ทุกราย


- ยาเสตียรอยด์ ยาชนิดหนึ่งที่เรียกว่ารับประกันกินแล้วสิวเห่อ คือยาประเภทเตรียรอยด์ เนื่องจากเป็นสารเคมีที่คล้ายคลึงกับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สุด  อีกตัวคือ ฮอร์โมนเสริมชื่อ DHEA ซึ่งขายกันตามร้านอาหารสุขภาพ โดยอ้างสรรพคุณการชะลอความแก่
นอกจากเสตียรอยด์กินแล้วยังมีเสตียรอยด์ทา แบบทาต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์ เพราะเป็นการทาช่วงเวลาสั้นๆ 2-3 วัน บางคนทาแล้วสิวยุบทันใจเลยทาตลอด หารู้ไม่ทุกครั้งที่ใช้สเตรียรอยด์ค่อยๆ ทำให้ผิวบางลง ทิ้งขยะไว้ในรูขุมขน กระตุ้นต่อมผลิตน้ำมัน กระตุ้นต่อมผลิตน้ำมัน และยุยงให้แบคทีเรียเพาะตัวอีกด้วย สองสัปดาห์ต่อมาแทนที่สิวจะหาย กลับปะทุขึ้นมาอีก

- แสงแดด แสงแดดเป็นศัตรูร้ายของผิวแต่สำหรับสิวแล้ว แสงแดดมีคุณประโยชน์ค่อนข้างมาก


- ภูมิอากาศ และเหงื่อ เสื้อผ้า และการเสียดสี

* พอจะทราบแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าสิวมีวงจรชีวิตอย่างไร อาจจะยาวไปนิด แต่ถ้าคุณอ่านจนจบจะรู้จักสิวมากขึ้นค่ะ

 







เดอร์มา โซลูชั่น 171 ถ.ท้ายบ้าน ต.ปากน้ำ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ 10270 โทร. 02-7016544, 02-7017969 แฟกซ์ 02-7016544 #15